Easy e-Receipt 2567

การใช้สิทธิโครงการต่าง ๆ ของภาครัฐจำเป็นจะต้องมีเงื่อนไขหรือข้อกำหนดที่ตรงตามวัตถุประสงค์ของโครงการนั้น ๆ โครงการ Easy e-Receipt 2567 ก็เช่นกัน เนื่องจากเป็นโครงการที่มีจุดประสงค์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการจูงใจให้ประชาชนออกมาบริโภคสินค้าและบริการมากขึ้น ผ่านกลไกการลดหย่อนภาษีที่ประชาชนจะได้ประโยชน์ เงื่อนไขต่าง ๆ ของโครงการจึงเกี่ยวข้องกับประเภทสินค้า บริการ และหลักเกณฑ์ในการออกใบกำกับภาษีที่ถูกต้องด้วย

รูปแบบการซื้อสินค้าและบริการที่ใช้ Easy e-Receipt 2567 ไม่ได้

กลุ่มสินค้าและบริการที่สามารถออกใบกำกับภาษีตามข้อกำหนดของ Easy e-Receipt 2567 ได้มีอยู่ครอบคลุมหลายประเภท ผู้ใช้สิทธิ์ส่วนใหญ่จึงสามารถซื้อสินค้าและบริการใกล้ตัวได้เกือบทุกอย่าง แต่มีข้อกำหนดที่ควรดูให้ดีคือ ช่วงระยะเวลาและจำนวนเงินสูงสุดที่สามารถใช้ได้ คือ ช่วงระยะเวลาที่สามารถใช้สิทธิ์ได้คือตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 ถึง 15 กุมภาพันธ์ 2567 โดยใช้สิทธิได้สูงสุด 50,000 บาท ทั้งนี้ สินค้าและบริการที่ไม่สามารถใช้สิทธิ์ตามโครงการได้มีดังนี้

1. สินค้าและบริการที่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม เช่น พืชผลทางการเกษตร สัตว์ (ทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต) ปลาป่นและอาหารสัตว์ ปุ๋ย ยาหรือเคมีภัณฑ์สำหรับพืชและสัตว์ บริการรักษาพยาบาล บริการทางวิชาการ ทองคำแท่ง สลากกินแบ่ง การเช่าอสังหาริมทรัพย์ ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ สวนสัตว์ เป็นต้น

2. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ได้แก่ สุรา เบียร์ ไวน์ รวมไปถึงยาสูบด้วย

3. ค่าเชื้อเพลิง ทั้งน้ำมันและก๊าซสำหรับยานพาหนะ นอกจากนี้ ในกรณีที่เป็นค่าบริการขนส่งโดยพาหนะทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ การขนส่งทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ถือเป็นบริการที่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ไม่สามารถใช้สิทธิ์ได้เช่นกัน

4. การซื้อยานพาหนะประเภทรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และเรือ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพาหนะที่ใช้ได้ คือ บริการซ่อมบำรุงเท่านั้น

5. ค่าสาธารณูปโภคพื้นฐานต่าง ๆ ได้แก่ ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า ค่าโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต

6. ค่าเบี้ยประกันวินาศภัย คือประกันประเภทที่คุ้มครองเกี่ยวกับอุบัติเหตุต่าง ๆ นอกจากนี้การซื้อประกันชีวิตและประกันสุขภาพก็ไม่สามารถใช้สิทธิ์ได้

7. การใช้บริการที่มีกำหนดเกิดระยะเวลาของโครงการ เช่น ค่าสมาชิกรายปี การพักโรงแรมเกินกำหนดเวลาของโครงการ สัญญาการให้บริการระยะยาวที่มีกำหนดให้บริการนอกเหนือจากกำหนดเวลาของโครงการ ไม่สามารถนำส่วนที่จ่ายเฉพาะในวันที่ตรงกับกำหนดการมาลดหย่อนได้ เป็นต้น

Easy e-Receipt 2567

Easy e-Receipt 2567 กับรูปแบบของใบกำกับภาษีที่ถูกต้อง

เนื่องจากโครงการ Easy e-Receipt 2567 มีเงื่อนไขให้ใช้ใบกำกับภาษีและใบรับอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น ผู้ใช้สิทธิ์จึงต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ลักษณะของใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกต้องเป็นอย่างไร หากเป็นสินค้าประเภทหนังสือ E-book และสินค้า OTOP ที่ผู้ประกอบการไม่ได้ขึ้นทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องใช้หลักฐานแบบใดบ้าง ข้อกำหนดดังต่อนี้ ทั้งผู้ใช้บริการและผู้ประกอบการจำเป็นจะต้องมีความเข้าใจที่ตรงกัน

1. สิ่งที่ต้องปรากฏอยู่ในใบกำกับภาษีเต็มรูป

ใบกำกับภาษีที่จะใช้เป็นหลักฐานยื่นลดหย่อนภาษี เรียกว่า ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป ตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ จะต้องมีคำว่าใบกำกับภาษีที่เห็นได้อย่างชัดเจน การระบุชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรหรือเลขประจำตัวประชาชน ของผู้ซื้อสินค้าหรือบริการ และส่วนประกอบอื่น ๆ ที่จำเป็นตามที่กรมสรรพากรกำหนดไว้ คือ 

  • ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ประกอบการ
  • ชนิดและปริมาณของสินค้า
  • วันเดือนปีที่ออกใบกำกับภาษี
  • หมายเลขลำดับที่ออกใบกำกับภาษี และหมายเลขลำดับของเล่ม (ถ้ามี)
  • จำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่คำนวณแยกออกมาจากมูลค่าของสินค้าและบริการแล้ว 
  • ข้อความอื่นที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด เช่น เอกสารออกเป็นชุด สำเนาใบกำกับภาษี เป็นต้น
  • ในเอกสารต้องมีข้อความระบุไว้ด้วยว่า เอกสารนี้ได้จัดทำและส่งข้อมูลให้แก่กรมสรรพากรด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์

2. ใบรับที่สามารถนำมาใช้ได้กรณีซื้อหนังสือและสินค้า OTOP

ในกรณีที่ซื้อหนังสือและสินค้า OTOP จะเป็นสินค้าที่โครงการ Easy e-Receipt 2567 กำหนดว่ามาจากผู้ประกอบการที่ไม่ได้เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หลักฐานที่ใช้จะเป็นใบรับอิเล็กทรอนิกส์จากระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt ของกรมสรรพากร ใบรับอิเล็กทรอนิกส์นี้ต้องมีชื่อ นามสกุล และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรหรือเลขประจำตัวประชาชนของผู้ซื้อสินค้าและบริการเช่นกัน นอกจากนี้ ทั้งใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป และใบรับอิเล็กทรอนิกส์ หากมีการแก้ไขชื่อที่อยู่ หรือเขียนชื่อที่อยู่ผิด ยังสามารถนำมาใช้ลดหย่อนภาษีได้

ข้อกำหนดและข้อควรระวังต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นรายละเอียดที่ผู้เข้าร่วมโครงการ Easy e-Receipt 2567 ควรทำความเข้าใจอย่างละเอียด เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนก่อนใช้บริการร้านค้าต่าง ๆ และยื่นใบกำกับภาษีได้อย่างถูกต้อง ทั้งนี้ควรตรวจสอบรายชื่อร้านค้าที่สามารถออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ได้ผ่านทางเว็บไซต์ของกรมสรรพากร รวมถึงตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารทุกฉบับที่ได้รับจากผู้ประกอบการด้วย

Explore More

แนะนำ โบรกเกอร์ ฟอเร็กซ์ 3 เจ้าที่น่าสนใจ

โบรกเกอร์ฟอเร็กซ์

เมื่อเลือกโบรกเกอร์ ฟอเร็กซ์ สิ่งสำคัญคือ คุณต้องพิจารณ […]

อย่าปล่อยให้เชื้อโรคบนพรม เป็นพนักงานเงียบๆ ที่อยู่ในออฟฟิศคุณทุกวัน

ซักพรมออฟฟิศ

ในออฟฟิศของคุณ พรมถือเป็นพื้นที่ที่ต้องใช้งานหนักและสัม […]

โกดังให้เช่าอยุธยา: ทำเลทองสำหรับการขนส่งและกระจายสินค้าในภาคกลาง 

โกดังให้เช่าอยุธยา

ในยุคที่การขนส่งและโลจิสติกส์มีบทบาทสำคัญต่อความสำเร็จข […]